10 คำถามยอดฮิตก่อนเริ่มใส่ Ultrahuman Ring AIR

หลังจาก บริษัท จีโอทาเลนท์ จำกัด (Geotalent Co., Ltd.) ได้รับการแต่งตั้งจาก Ultrahuman Healthcare ให้เป็นผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์สินค้า Ultrahuman อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ได้ไม่นาน ทาง alive.store ที่เป็นร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของบริษัทฯ ก็ได้รับคำถามเกี่ยวกับสินค้า smart ring Ultrahuman Ring AIR เข้ามามากมาย บทความนี้จะรวบรวม 10 คำถามยอดฮิตก่อนเริ่มใส่ Ultrahuman Ring AIR ที่รวบรวมคำถามมาจากทุกช่องทางมาให้อ่านกันก่อนซื้อ

10 คำถามยอดฮิตก่อนเริ่มใส่ Ultrahuman Ring AIR

  1. Ultrahuman Ring AIR คืออะไร?
    เป็นแหวนอัจฉริยะรุ่นพัฒนาที่เน้นการสวมใส่สบายเป็นพิเศษ มีความบางเพียง 2.4 มม. และน้ำหนักเบาเพียง 2.4 กรัม โดยยังคงความแม่นยำและฟีเจอร์ครบถ้วน
  2. มีสีอะไรให้เลือกบ้าง?
    มีทั้งหมด 6 สี ได้แก่ Rose Gold, Raw Titanium, Matte Grey, Gold, Silver และ Aster Black
  3. แหวนมีกี่ขนาด และเลือกขนาดอย่างไร?
    มีทั้งหมด 10 ขนาด (ไซส์ 5-14) สามารถทดลองใส่เพื่อวัดขนาดแหวน โดยใช้ Sizing Kit เพื่อให้ได้ขนาดที่พอดีที่สุด
  4. ถ้าเคยใช้รุ่น R1 มาก่อน ต้องวัดขนาดใหม่ไหม?
    Ring AIR ใช้ขนาดเดียวกับรุ่น R1 สามารถเลือกไซส์เดิมได้เลย
  5. ต้องจ่ายค่าสมาชิกรายเดือนเพื่อดูข้อมูลไหม?
    ฟรีค่าธรรมเนียมรายเดือน เริ่มต้นดูแลตัวเองได้ทันที พร้อมอิสระในการเลือกเสริมฟีเจอร์วิเคราะห์สุขภาพขั้นสูงให้คุณจ่ายเฉพาะสิ่งที่อยากรู้เพิ่มเติม
  6. ใช้กับมือถือรุ่นไหนได้บ้าง?
    รองรับ iPhone ที่ใช้ iOS 15 ขึ้นไป และมือถือ Android ที่ใช้ Android 6 ขึ้นไป
  7. ควรสวมแหวนที่นิ้วไหนดีที่สุด?
    แนะนำให้สวมที่ นิ้วชี้ นิ้วกลาง หรือนิ้วนาง ตามความสะดวกและความชอบส่วนตัว (แนะนำที่สุดคือนิ้วชี้) เพราะนิ้วทั้งสามตำแหน่งนี้มักมีขนาดที่พอดีกับตัวแหวน ทำให้แหวนแนบกับผิวได้ดี เซ็นเซอร์จึงสามารถอ่านข้อมูลชีวภาพ เช่น Heart Rate หรือ HRV ได้อย่างเสถียรมากขึ้น
  8. ใส่แหวนซ้ำกับนิ้วที่มีรอยสักได้ไหม?
    ใส่ได้ แต่อาจมีผลต่อความแม่นยำบ้าง หากรอยสักมีสีเข้มหรือลวดลายซับซ้อน (โดยเฉพาะสีดำ)
  9. แหวนเพื่อสุขภาพ Ultrahuman Ring ถือเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์หรือไม่?
    ไม่ใช่ แหวนออกแบบมาเพื่อส่งเสริมไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพ ไม่สามารถใช้ในการวินิจฉัยหรือรักษาโรคแทนคำแนะนำจากแพทย์ได้
  10. คนใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) ใส่ได้ไหม?
    โดยทั่วไปแหวนใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังต่ำมากซึ่งไม่น่ารบกวนอุปกรณ์ทางการแพทย์ แต่แนะนำอย่างยิ่งให้ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้งาน
Ultrahuman Ring AIR Color
Ultrahuman Ring AIR Color

และคำถามสุดท้าย

ซื้อ Ultrahuman ring ที่ไหนดีที่สุด?

ซื้อจาก alive.store ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของบริษัท จีโอทาเลนท์ จำกัด เพราะ
📝 มีเจ้าหน้าที่แนะนำการเลือกสินค้าให้เหมาะกับการใช้งานจริง ไปจนถึงแนะนำการใช้งานสินค้าให้คุ้มค่าที่สุด
⌚️ สินค้ารับประกัน 1 ปี
🚗 ส่งฟรีทั่วประเทศ
สั่งซื้อได้ที่ : https://bit.ly/UH-Air
หรือ alive.store สาขาอาคารสาธรธานี 1 : https://share.google/2rcJkE58GnFvAplz5

Ultrahuman Ring Air แหวนอัจฉริยะเพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ

Ultrahuman Ring Air แหวนอัจฉริยะเพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ

alive.store ผู้นำด้านอุปกรณ์ Smart Wearable และ Wellness Device วางจำหน่าย Ultrahuman Ring Air แหวนอัจฉริยะเพื่อสุขภาพที่สมบูรณ์แบบ นวัตกรรมแหวนอัจฉริยะที่จะเปลี่ยนวิธีการดูแลตัวเองของคุณไปตลอดกาล ด้วยดีไซน์ที่บางเบาแต่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในการติดตามสุขภาพแบบเจาะลึก แล้ววันนี้

Ultrahuman Ring Air คืออะไร?

Ultrahuman Ring Air คือแหวนอัจฉริยะ (Smart Ring) ที่ออกแบบมาเพื่อติดตามสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง โดยเน้นความสบายในการสวมใส่จนคุณแทบไม่รู้สึกว่าใส่แหวนอยู่ แต่ภายในอัดแน่นด้วยเซนเซอร์ระดับสูงเพื่อประมวลผลร่างกายของคุณในทุกมิติ

จุดเด่นของ Ultrahuman Ring Air

  • ดีไซน์บาง น้ำหนักเบา: ตัวเรือนทำจาก Titanium เกรดอากาศยาน เคลือบด้วย Tungsten Carbide เพื่อความทนทาน มีน้ำหนักเพียง 2.4 – 3.6 กรัม (ขึ้นอยู่กับขนาด) ทำให้สวมใส่ได้สบายตลอดทั้งวันทั้งคืน
  • Sleep Index (ดัชนีการนอน): วิเคราะห์คุณภาพการนอนอย่างละเอียด ทั้งระยะเวลาการนอน , ประสิทธิภาพ และระยะของการนอน (Sleep Stages) เพื่อให้คุณตื่นมาอย่างสดชื่นที่สุด
  • Movement Index (ดัชนีการเคลื่อนไหว): ติดตามการเผาผลาญพลังงานและการเคลื่อนไหว เพื่อช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในแต่ละวัน
  • Recovery Score (คะแนนการฟื้นฟู): ประเมินความพร้อมของร่างกายผ่านค่า HRV (Heart Rate Variability), อัตราการเต้นของหัวใจ และอุณหภูมิผิวหนัง เพื่อบอกว่าวันนี้คุณควรพักผ่อนหรือออกกำลังกายหนักได้
  • Caffeine Window: ฟีเจอร์อัจฉริยะที่ช่วยแนะนำช่วงเวลาที่ควรดื่มกาแฟเพื่อให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิตของร่างกาย

ข้อมูลทางเทคนิค

  • เซนเซอร์: Infrared PPG, เซนเซอร์วัดอุณหภูมิผิวหนัง และเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหว 6 แกน
  • แบตเตอรี่: ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 6 วัน ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
  • การเชื่อมต่อ: ทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน Ultrahuman เพื่อรายงานผลแบบ Real-time

ซื้อ Ultrahuman Ring Air ที่ alive.store ดียังไง?

📝 มีเจ้าหน้าที่แนะนำการเลือกสินค้าให้เหมาะกับการใช้งานจริง ไปจนถึงแนะนำการใช้งานสินค้าให้คุ้มค่าที่สุด
⌚️ สินค้ารับประกัน 1 ปี
🚗 ส่งฟรีทั่วประเทศ

สั่งซื้อได้ที่ : https://bit.ly/UH-Air

* สินค้าแต่ละรุ่นมีเงื่อนไขการรับประกันแตกต่างกัน โปรดตรวจสอบรายละเอียด ณ จุดสั่งซื้อ
** สินค้าของทางร้านไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการวินิจฉัย ติดตาม หรือรักษาโรคใดๆ

ฮีทสโตรก คืออะไร เรียนรู้วิธีป้องกันเบื้องต้นที่ถูกต้อง

ฮีทสโตรก คืออะไร เรียนรู้วิธีป้องกันเบื้องต้นที่ถูกต้อง

ฮีทสโตรก คืออะไร เรียนรู้วิธีป้องกันเบื้องต้นที่ถูกต้อง ในช่วงที่ประเทศไทยมีอุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส จากสภาวะโลกร้อนและดัชนีความร้อน (Heat Index) ที่เพิ่มขึ้น ภัยเงียบที่อันตรายที่สุดคือ “โรคลมร้อน” หรือ “ฮีทสโตรก” ซึ่งเป็นภาวะที่หากรักษาไม่ทันอาจส่งผลให้พิการหรือเสียชีวิตได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

ฮีทสโตรก คืออะไร?

ฮีทสโตรก (Heatstroke) คือ ภาวะที่ร่างกายมีความร้อนสูงเกินไปจนระบบควบคุมอุณหภูมิภายในล้มเหลว โดยมีลักษณะเฉพาะคือ :

  • อุณหภูมิแกนกลางร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส
  • ระบบประสาทส่วนกลางทำงานผิดปกติ เช่น สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง ชัก หรือหมดสติ
  • ผิวหนังแดงและแห้ง มักไม่มีเหงื่อออก (ในกรณีที่เป็นภาวะฉุกเฉินจากความร้อนจัด)

ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงฮีทสโตรก?

  1. เด็กเล็ก (ต่ำกว่า 5-15 ปี) และผู้สูงอายุ (มากกว่า 65 ปี): เนื่องจากระบบระบายความร้อนทำงานได้ไม่ดีเท่าวัยอื่น
  2. ผู้ที่มีโรคประจำตัว: เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน และโรคไต
  3. นักกีฬาหรือทหาร: ที่ต้องฝึกหัดหรือออกกำลังกายหนักกลางแจ้งเป็นเวลานาน
  4. คนอ้วน: ผู้ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 30
  5. ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ : ซึ่งจะกระตุ้นให้ร่างกายเสียน้ำและขับปัสสาวะมากขึ้น

สัญญาณเตือน… อาการแบบไหนควรไปพบแพทย์ทันที?

  • ตัวร้อนจัด (ไข้สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส)
  • ไม่มีเหงื่อออก ผิวหนังร้อนและแดงผิดปกติ
  • มึนงง เวียนศีรษะ เดินเซ หรือพูดจาสับสน
  • คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว และหายใจหอบถี่

วิธีป้องกันฮีทสโตรกในหน้าร้อน

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ : จิบน้ำบ่อยๆ วันละ 6-8 แก้ว แม้จะไม่รู้สึกกระหาย
  • เลี่ยงแดดจัด : พยายามอยู่ในที่ร่มช่วงเวลา 10.00 – 16.00 น.
  • เลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสม : สวมเสื้อผ้าสีอ่อน เนื้อผ้าบางเบา และระบายอากาศได้ดี
  • ใช้เครื่องช่วยระบายความร้อน : ช่วยเร่งการระเหยของเหงื่อเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย
วิธีป้องกันฮีทสโตรกในหน้าร้อน
วิธีป้องกันฮีทสโตรกในหน้าร้อน

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อพบผู้ป่วยฮีทสโตรก

  1. ย้ายผู้ป่วยเข้าที่ร่มที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
  2. จัดให้นอนราบและ ยกเท้าสูง เพื่อเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมอง
  3. ถอดหรือคลายเสื้อผ้าให้หลวม
  4. ใช้ผ้าชุบนํ้าอุณหภูมิปกติเช็ดตัว (ย้อนรูขุมขน) และประคบนํ้าแข็งบริเวณซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ
  5. ใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน เพื่อช่วยให้ความร้อนแผ่รังสีและเหงื่อระเหยได้เร็วขึ้น

เพราะอากาศร้อนจัดคือสาเหตุหลักของฮีทสโตรก การมีตัวช่วยลดอุณหภูมิร่างกายติดตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญ เลือกซื้อ พัดลมพกพาคุณภาพสูง ที่ alive.store ตัวช่วยเพิ่มลมเย็นในทุกที่ที่คุณไป ไม่ว่าจะเป็นการเดินกลางแดด รอรถ หรือทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ ดีไซน์ทันสมัย น้ำหนักเบา แต่ให้แรงลมสม่ำเสมอ ช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ทันเวลา ลดความเสี่ยงจากภาวะฮีทสโตรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำไมต้องซื้อพัดลมพกพาที่ alive.store?

💳 ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน (เฉพาะบัตรที่ร่วมรายการ)
⌚️ รับประกัน 1 ปี ของแท้ ศูนย์ไทย
🚗 ส่งฟรีทั่วประเทศ

📍 สนใจพัดลมพกพา แวะมาช้อปได้ที่ alive.store สาขาอาคารสาธรธานี 1 หรือ https://www.alive.store/shop?categoryId=54

ข้อมูลจาก :

  • กรมแพทย์ทหารบก : คู่มือการเฝ้าระวังป้องกันและการปฐมพยาบาลการเจ็บป่วยเนื่องจากความร้อน

Cadance ช่วยให้วิ่งดีขึ้นได้อย่างไร?

Cadance ช่วยให้วิ่งดีขึ้นได้อย่างไร?

Cadence คืออะไร?

Cadence (คาเดนซ์) หรือ รอบขา ก็คือ จำนวนก้าวที่เราวิ่งใน 1 นาที หน่วยที่ใช้เรียกกันทั่วไปคือ SPM (Steps Per Minute) สมมติว่า ถ้าเราวิ่งแล้วนับก้าวที่เท้าขวาแตะพื้นได้ 85 ครั้งใน 1 นาที รอบขาของเราก็จะเท่ากับ 170 SPM (นับขาเดียวแล้วคูณสอง) ซึ่งค่านี้เป็นตัววัดสมรรถภาพทางการกีฬาที่สำคัญมากตัวหนึ่งเลยทีเดียว

Cadence สำคัญอย่างไรกับนักวิ่ง?

ถึงตรงนี้หลายคนคงสนสัยว่า Cadance ช่วยให้วิ่งดีขึ้นได้อย่างไร? มาดูกัน

  • ลดอาการบาดเจ็บ: การเพิ่มรอบขาจะช่วยลดแรงกระแทกที่ส่งมาจากพื้น (Ground Reaction Forces) เมื่อรอบขาสูงขึ้น ก้าวจะสั้นลง ทำให้เท้าลงใกล้ตัวมากขึ้น ช่วยลดแรงโหลดที่ข้อเข่าและสะโพกได้เยอะมาก มีงานวิจัยบอกว่าแค่เราเพิ่มรอบขาขึ้น 10% ก็สามารถลดแรงกระแทกที่เข่าได้ถึง 14%
  • วิ่งได้เร็วขึ้น: ความเร็วในการวิ่งเกิดจาก “รอบขา x ระยะก้าว” ดังนั้นถ้าเราอยากเร็วขึ้น การเพิ่มรอบขาโดยที่ระยะก้าวไม่สั้นลงจนเกินไปจะช่วยส่งตัวเราไปข้างหน้าได้ไวขึ้น
  • ประหยัดพลังงาน (Running Economy): รอบขาที่เหมาะสมช่วยให้ท่าวิ่งเราไหลลื่นขึ้น เท้าไม่แตะบนพื้นนานเกินไป (Ground Contact Time น้อยลง) ทำให้เราวิ่งได้อึดและมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

Cadence เท่าไรถึงดี?

“180 SPM” มักถูกยกให้เป็นค่ามาตรฐานสำหรับนักวิ่งระดับโลก แต่สำหรับเรานักวิ่งทั่วๆไป “180 ไม่ใช่คำตอบเพราะค่า Cadence ที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยส่วนตัว ได้แก่:

  • ส่วนสูง: คนตัวสูงที่มีช่วงขายาวมักจะมีรอบขาที่ช้ากว่าคนตัวเล็ก เพราะในแต่ละก้าวพวกเขาสามารถครอบคลุมระยะทางได้มากกว่า
  • ความเร็วและเป้าหมาย:
    • Easy Jog : รอบขามักจะอยู่ที่ประมาณ 155–165 SPM
    • Tempo : รอบขามักจะอยู่ในช่วง 170–180 SPM
    • นักวิ่งระดับ Elite : อาจสูงถึง 185–195 SPM

แนะนำ Garmin Smartwatch คู่ใจนักวิ่งสำหรับดูค่า Cadence

ปัจจุบันมีนาฬิกา Garmin หลายรุ่นที่สามารถดูค่า Cadence ได้ เช่น Forerunner Series อย่าง Forerunner 165 , Forerunner 570 , Forerunner 970 ที่เป็น Series ยอดนิยมของนักวิ่ง และยังมีอีกหลายรุ่นที่สามารถเลือกช้อปกันได้แต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

ทำไมต้องซื้อ Garmin ที่ alive.store?

💳 ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน (เฉพาะบัตรที่ร่วมรายการ)
📝 สิทธิ์เข้าร่วม Garmin Clinic
⌚️ รับประกัน 1+1 ปี* ของแท้ ศูนย์ไทย
🚗 ส่งฟรีทั่วประเทศ

📍 สนใจนาฬิกาวิ่ง Garmin แวะมาช้อปได้ที่ alive.store สาขาอาคารสาธรธานี 1 หรือ https://bit.ly/alive-promo

ข้อมูลจาก :

  • Science Journal of University of Zakho: งานวิจัยเรื่อง “Quantifying the Impact of Running Cadence on Biomechanics, Performance, and Injury Risk” (2024)
  • วารสารกายภาพบำบัด (Thai Journal of Physical Therapy) : บทความเรื่อง “ความน่าเชื่อถือและค่าชี้วัดการเปลี่ยนแปลงที่น้อยที่สุดของพารามิเตอร์การวิ่ง”
  • CitytrailBlog

ลูกค้าบัตรเครดิต KTC แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18%

ลูกค้าบัตรเครดิต KTC แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18%

เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ และลงทะเบียนเพื่อใช้คะแนน KTC FOREVER เท่ายอดใช้จ่าย/เซลส์สลิป

ระยะเวลาโปรโมชั่น 1 มี.ค. 69 – 31 ส.ค. 69

ลูกค้าบัตรเครดิต KTC แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18%

อ่านเงื่อนไขเพิ่มเติมและลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ที่ :
สำหรับซื้อสินค้าที่ www.alive.store
https://www.ktc.co.th/promotion/sports-fitness/sports-equipment-apparel/alive-store
สำหรับซื้อสินค้าที่ alive.store สาขา สาธรธานี 1
https://www.ktc.co.th/promotion/sports-fitness/sports-equipment-apparel/garmin

ซื้อที่ alive.store ดียังไง?

📝 มีเจ้าหน้าที่แนะนำการเลือกสินค้าให้เหมาะกับการใช้งานจริง ไปจนถึงแนะนำการใช้งานสินค้าให้คุ้มค่าที่สุด
⌚️ สินค้าในร้านรับประกันสูงสุด 2 ปี ของแท้ ศูนย์ไทย
🚗 ส่งฟรีทั่วประเทศ

* สินค้าแต่ละรุ่นมีเงื่อนไขการรับประกันแตกต่างกัน โปรดตรวจสอบรายละเอียด ณ จุดสั่งซื้อ
** สินค้าของทางร้านไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการวินิจฉัย ติดตาม หรือรักษาโรคใด ๆ

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน-ดูแลออฟฟิศให้สะอาดด้วย QAIS

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน-ดูแลออฟฟิศให้สะอาดด้วย QAIS ในยุคที่สภาพแวดล้อมในการทำงานส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพ (Productivity) และสุขภาพของพนักงาน QAIS เครื่องฟอกอากาศนวัตกรรมใหม่จากญี่ปุ่น ได้กลายเป็นโซลูชันสำคัญที่ได้รับความไว้วางใจ ตั้งแต่โรงพยาบาล รถไฟด่วนพิเศษ ไปจนถึงออฟฟิศระดับมืออาชีพ

QAIS คืออะไร และทำงานอย่างไร?

QAIS Air 04 คือเครื่องยับยั้งเชื้อโรคระดับพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น ที่โดดเด่นเรื่องฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ถึงต้นตอ นำหลักการเดียวกับที่ใช้บนรถไฟ JR West มาพัฒนาเป็นเทคโนโลยี PiCTECH™ โดยมีจุดเด่นคือ:
1. ใช้เทคโนโลยีตาข่ายเซรามิกขนาดเล็กและแสง UV ในการฆ่าเชื้อไวรัสและกำจัดแบคทีเรีย เหมือนกับระบบที่ติดตั้งในขบวนรถไฟชั้นนำของญี่ปุ่น โดยเครื่องยับยั้งเชื้อโรค QAIS Air 04 สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้มากกว่า 99% ภายใน 2-3 ชั่วโมง
2. กำจัดกลิ่นที่ต้นเหตุ : ก๊าซแอมโมเนีย (กลิ่นปัสสาวะ) มีน้ำหนักเบากว่าอากาศและมักจะลอยตัวขึ้นสูง การออกแบบให้เครื่องกำจัดกลิ่น QAIS Air 04 ติดผนังหรือขาตั้งเหนือแหล่งกำเนิดกลิ่น (เช่น กระบะทรายแมว) ช่วยให้ดักจับและทำลายกลิ่นได้ก่อนจะแพร่กระจาย
3. เน้นความเงียบ การประหยัดพื้นที่ : ทำงานเงียบเพียง 21dB (ในโหมดมาตรฐาน)
4. เป็นเทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์แล้วในสถานที่ที่ต้องการสุขอนามัยสูงสุด เช่น โรงพยาบาล และระบบขนส่งสาธารณะในญี่ปุ่น ได้รับการรับรองจาก CARB (California Air Resources Board) ว่าไม่มีการปล่อยโอโซนที่เป็นอันตราย

ทำไมออฟฟิศยุคใหม่ควรเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี QAIS?

  1. ความเงียบเพื่อสมาธิสูงสุด : การทำงานในออฟฟิศต้องการความสงบ QAIS รุ่น QAIS-air-04 ทำงานได้เงียบเพียง 21 เดซิเบล ในโหมดมาตรฐาน จึงไม่รบกวนสมาธิขณะทำงานหรือการประชุมสำคัญ
  2. นวัตกรรมไร้ไส้กรอง ประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว : ออฟฟิศไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนไส้กรองทุก 3-6 เดือน ทำให้ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาต่อปีเท่ากับ 0 บาท และประสิทธิภาพการฟอกอากาศไม่ลดลงตามการอุดตันของฟิลเตอร์
  3. การจัดการกลิ่นและเชื้อโรคที่ตรงจุดในที่ทำงาน
    • หยุดกลิ่นที่ต้นเหตุ: ด้วยการติดตั้งแบบ Wall-mounted (ติดผนัง) ที่แนะนำให้ติดตั้งเหนือจุดกำเนิดกลิ่น เช่น ห้องน้ำออฟฟิศ หรือมุมทิ้งขยะ ระบบจะดักจับก๊าซแอมโมเนีย (ซึ่งเบากว่าอากาศและลอยขึ้นที่สูง) ได้ทันทีก่อนที่กลิ่นจะกระจายไปทั่วบริเวณ
    • ลดการแพร่กระจายของโรค: เทคโนโลยีนี้ได้รับการทดสอบว่าสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่ลอยอยู่ในอากาศได้มากกว่า 99% ภายในเวลา 2-3 ชั่วโมง ช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโรคติดต่อในหมู่พนักงาน เหมาะกับการติดตั้งในพื้นที่ที่ใช้ร่วมกัน เช่น ห้องประชุม ห้องอาหาร พื้นที่ทำงาน เป็นต้น

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน-ดูแลออฟฟิศให้สะอาดด้วย QAIS การเลือกใช้เครื่องยับยั้งเชื้อโรค QAIS ในออฟฟิศไม่ใช่เพียงการซื้อเครื่องยับยั้งเชื้อโรคเท่านั้น แต่เป็นการลงทุนใน “โครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพ” ที่ช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานที่สะอาด เงียบสงบ และมืออาชีพ พร้อมลดภาระการบำรุงรักษาในระยะยาวอย่างแท้จริง

สนใจเครื่องฟอกอากาศ QAIS ราคา 7,900 บ. สั่งซื้อได้ที่ : https://bit.ly/QAIS-air-04

หากสนใจใช้งานในภาคธุรกิจหรือองค์กรสามารถติดต่อได้ที่ 02-266-9944 หรือ AliveServiceCenter@cdg.co.th หรือผ่านทาง Facebook : alive.store thailand

แหล่งอ้างอิง : ข้อมูลจาก Sunstar Group. , Sunstar Engineering , U-VIX Corporation และข้อมูลผลิตภัณฑ์ QAIS-air-04 จาก Sunstar Group

*อุปกรณ์นี้ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ หากท่านมีข้อสอบถามเกี่ยวกับคุณสมบัติ วิธีการใช้งาน ตลอดจนข้อมูลทางเทคนิคใด ๆ ของผลิตภัณฑ์ กรุณาติดต่อ บริษัท จีไอเอส จำกัด
**ประสิทธิภาพในการกำจัดไวรัสไข้หวัดใหญ่ influenza H5N1 และแบคทีเรีย Escherichia coli อ้างอิงจากผลการทดสอบของ บริษัท สถาบันวิจัยสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมอาหาร จำกัด จ.กุมมะ ประเทศญี่ปุ่น

Hyrox คืออะไร – รู้จักกับกีฬาที่กำลังมาแรงในปี2026

Hyrox คืออะไร – รู้จักกับกีฬาที่กำลังมาแรงในปี2026

Hyrox คืออะไร – รู้จักกับกีฬาที่กำลังมาแรงในปี2026 Hyrox คือ การแข่งขัน Hybrid Fitness Race ที่ผสมผสานระหว่าง การวิ่ง และ Functional Training (การออกกำลังกายที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน) ในสัดส่วนที่เท่ากันอย่างลงตัว

กีฬานี้ถูกก่อตั้งขึ้นในเยอรมนีเมื่อปี 2017 ภายใต้ปรัชญา A Sport for Everybody ซึ่งออกแบบมาให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือนักกีฬามืออาชีพ โดยมีมาตรฐานการแข่งขันที่เหมือนกันทั่วโลก ทำให้คุณสามารถวัดผลและเปรียบเทียบสถิติของตัวเองกับผู้แข่งคนอื่นได้ทั่วโลก

Hyrox แข่งกันอย่างไร?

เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Hyrox คือ รูปแบบการแข่งขันที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก:

วิ่งระยะทาง 1 กิโลเมตร สลับกับสถานีออกกำลังกาย 1 สถานี ทำซ้ำทั้งหมด 8 รอบ

รวมระยะทางวิ่งทั้งหมด 8 กิโลเมตร และผ่านสถานีทดสอบความแข็งแกร่ง 8 สถานี

8 สถานี Hyrox มีอะไรบ้าง?

  • SkiErg (1,000 เมตร) เครื่องจำลองการเล่นสกี เน้นกล้ามเนื้อแขน ไหล่ และแกนกลางลำตัว เป็นสถานีแรกที่ต้องทำหลังจากวิ่ง 1 กม. แรก
  • Sled Push (50 เมตร) การดันเลื่อนน้ำหนักบนพื้นพรม ทดสอบพละกำลังขาและสะโพก น้ำหนักจะแตกต่างกันตามรุ่นการแข่งขันและเพศ
  • Sled Pull (50 เมตร) การดึงเลื่อนน้ำหนักด้วยเชือก เน้นกล้ามเนื้อหลัง แขน และแกนกลางลำตัว ต้องใช้เทคนิคการดึงที่ถูกต้องเพื่อประหยัดแรง
  • Burpee Broad Jumps (80 เมตร) ท่าเบอร์พีสลับการกระโดดไกล เป็นสถานีที่ดึง Heart Rate ให้พุ่งสูงที่สุด และมักเป็นจุดพักกำลังของนักกีฬามือใหม่
  • Rowing (1,000 เมตร) เครื่องพายเรือจำลอง ทดสอบความอึดและพละกำลังทั่วร่างกาย เป็นสถานีที่ต้องใช้เทคนิคการพายที่มีประสิทธิภาพ
  • Farmer’s Carry (200 เมตร) การเดินถือตุ้มน้ำหนัก (Kettlebells) ทดสอบกำลังมือและความแข็งแรงของแกนกลางลำตัว ระยะทางที่ยาวที่สุดใน Hyrox
  • Sandbag Lunges (100 เมตร) การแบกถุงทรายแล้วทำท่าก้าวขาสลับ (Lunges) เน้นกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก เป็นสถานีที่ทดสอบความอดทนของขาในช่วงท้ายการแข่งขัน
  • Wall Balls (100 ครั้ง) การทำ Squat แล้วโยนลูกบอลน้ำหนักใส่เป้าบนกำแพงตามจำนวนครั้งที่กำหนด ต้องใช้แรงและความอดทนในช่วงท้ายที่เหลือ

การแข่ง Hyrox มีกี่ประเภท?

1. Individual (Open/Pro) แข่งขันคนเดียว โดยรุ่น Open เหมาะสำหรับมือใหม่ มีน้ำหนักอุปกรณ์น้อยกว่า ส่วนรุ่น Pro มีน้ำหนักอุปกรณ์ที่มากกว่าและท้าทายกว่า สำหรับนักกีฬาที่มีประสบการณ์

2. Doubles จับคู่ 2 คน วิ่งไปด้วยกันตลอดทั้ง 8 กม. แต่สามารถช่วยกันแบ่งภารกิจในสถานีได้ เช่น คนหนึ่งทำ 50 ครั้ง อีกคนทำอีก 50 ครั้ง เหมาะสำหรับคู่เพื่อน/คู่รัก ที่อยากลองแข่ง Hyrox ครั้งแรก

3. Relay ทีมละ 4 คน แบ่งกันวิ่งและทำสถานีคนละ 2 รอบ (2 กม. + 2 สถานี ต่อคน) เหมาะสำหรับออฟฟิศทีมหรือกลุ่มเพื่อนที่อยากลองแข่งแบบสนุกๆ

5 เคล็ดลับเตรียมตัวแข่ง Hyrox สำหรับมือใหม่ ต้องทำอย่างไร?

1. ให้ความสำคัญกับการวิ่ง

เนื่องจากการวิ่งคือ 50% ของการแข่งขัน (รวม 8 กม.) พื้นฐานการวิ่งที่ดีจะช่วยให้คุณประหยัดแรงและนำเวลาไปได้กว่าครึ่ง ควรฝึกวิ่งระยะ 5-8 กม. อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

2. ฝึกแบบ Hybrid Training

อย่าซ้อมแค่เวตหรือวิ่งแยกกัน ให้ลองฝึกวิ่งทันทีหลังจากกล้ามเนื้อล้าจากการเล่นเวต เพื่อให้ร่างกายคุ้นชินกับการสลับกิจกรรม ตัวอย่างเช่น: ทำ Sled Push แล้ววิ่ง 1 กม. ทันที

3. เลือกให้ถูกรุ่น

สำหรับครั้งแรก แนะนำให้เริ่มที่รุ่น Open หรือ Doubles ก่อน รุ่น Pro มีน้ำหนักที่ท้าทายมากและอาจทำให้บาดเจ็บหรือแข่งไม่จบ (DNF) ได้หากไม่มีประสบการณ์

4. คุมจังหวะ (Pacing)

เคล็ดลับสำคัญคืออย่าพุ่งตัวแรงเกินไปในช่วงแรก เพราะจะทำให้เหนื่อยล้าจนคุมร่างกายไม่อยู่ในด่านหลังๆ (โดยเฉพาะ Burpee Broad Jumps และ Wall Balls) เริ่มด้วยความเร็วที่พอควรและค่อยๆ เร่งตัวในช่วงท้าย

5. ศึกษามาตรฐานท่าทาง

แต่ละท่ามีกฎชัดเจน เช่น ท่า Lunges เข่าต้องแตะพื้น, Wall Balls ต้องโยนให้ถึงเป้าที่กำหนด หากทำผิดมาตรฐานอาจโดนเตือนหรือถูกคัดออกได้ ควรศึกษาจาก Hyrox Official Video ก่อนแข่ง

Hyrox เหมาะกับใคร?

  • ชอบการท้าทายตัวเองและต้องการเป้าหมายที่ชัดเจนในการออกกำลังกาย
  • เบื่อกับการวิ่งมาราธอนหรือฟิตเนสแบบเดิมๆ ต้องการความหลากหลาย
  • อยากวัดผลความก้าวหน้าของตัวเองกับมาตรฐานสากล
  • มีพื้นฐานการออกกำลังกายและพร้อมที่จะฝึกฝนอย่างจริงจัง
  • อยากแข่งขันแบบทีมหรือกับเพื่อนในรูปแบบ Doubles/Relay

สำหรับใครที่สนใจจะเริ่มต้นเป็นมือใหม่สำหรับกีฬา Hyrox แล้วยังไม่มี smartwatch ออกกำลังกายที่เหมาะกับกีฬาชนิดนี้ วันนี้ alive.store ขอแนะนำ Smartwatch Amazfit ที่มี Official HYROX Race Mode ติดมากับเครื่องเลย สนใจสามารถสั่งซื้อได้ที่ https://www.alive.store/shop/brand/amazfit

สีมงคลเสริมดวงให้ปังรับทรัพย์ปีม้า พร้อมสมาร์ทวอทช์สีเสริมโชคลาภ

สีมงคลเสริมดวงให้ปังรับทรัพย์ปีม้า พร้อมสมาร์ทวอทช์สีเสริมโชคลาภ

สีมงคลเสริมดวงให้ปังรับทรัพย์ปีม้า พร้อมสมาร์ทวอทช์สีเสริมโชคลาภ ปี 2569 หรือปีมะเมีย (ปีม้า)กำลังจะมาถึง หลายคนคงกำลังมองหาวิธีเสริมดวงให้ชีวิตราบรื่น การงานก้าวหน้า และการเงินรุ่งเรือง หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือการเลือกใช้สีมงคลที่เหมาะกับปีนั้นๆ วันนี้เราจึงขอแนะนำสีมงคลสำหรับปีมะโรง พร้อมแนะนำสมาร์ทวอทช์สีสันสวยงามที่จะช่วยเสริมดวงให้คุณตลอดทั้งปี

สีมงคลประจำปีม้า 2569 มีอะไรบ้าง?

ปีม้าเป็นปีที่มีพลังแห่งความมั่นคง แข็งแกร่ง และความอดทน สีมงคลที่เหมาะสมจะช่วยเสริมพลังเหล่านี้ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยสีที่ถือว่าเป็นสีมงคลและนำโชคลาภมาให้ในปีนี้ ได้แก่

สีน้ำตาล (Mocha) – เสริมความมั่นคงทางด้านการเงิน ความสมดุล และความอบอุ่นในครอบครัว เหมาะกับผู้ที่ต้องการสร้างรากฐานที่มั่นคงในชีวิต

สีทอง (Soft Gold) – ดึงดูดโชคลาภ ความมั่งคั่ง และเสริมความอุดมสมบูรณ์ เป็นสีที่นำพาโชคดีด้านการเงินและโอกาสทางธุรกิจ

สีเขียวมรกต (Emerald Green) – ส่งเสริมการงานให้เติบโตและเปิดทางสู่ความสำเร็จ นำพาความสดชื่น สุขภาพแข็งแรง และโอกาสใหม่ๆ ในชีวิต

สีฟ้า (Sky Blue) – พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี การเริ่มต้นใหม่ ความสงบสุข และความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

สีครีมอ่อน (Warm Off-White) – นำพาความสงบ ความผ่อนคลาย เสริมความมีรสนิยม และความเป็นมงคลตามหลักฮวงจุ้ย

แนะนำสมาร์ทวอทช์สีมงคล ประจำปีม้า 2569

alive.store ขอแนะนำสมาร์ทวอทช์สีมงคลหรือใกล้เคียง ประจำปีม้า 2569 มีรุ่นอะไรบ้าง? ไปดูกัน

HUAWEI GT 6 PRO – Brown Woven

HUAWEI GT 6 PRO - Brown Woven

นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ดีไซน์หรูหราทันสมัย เสริมความมั่นคงและความสมดุลในชีวิต เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมดวงด้านการเงินและความมั่นคงในอาชีพ

HUAWEI GT 6 – Gold Milanese

HUAWEI GT 6 - Gold Milanese

นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ดีไซน์สวยงามสำหรับผู้หญิง ดึงดูดโชคลาภและความอุดมสมบูรณ์ ดีไซน์เรียบหรู เหมาะกับทุกโอกาส พร้อมนำพาความมั่งคั่งมาสู่ผู้สวมใส่

GARMIN VENU X1 – Moss

ARMIN VENU X1 - Moss

นาฬิกาสมาร์ทวอทช์การ์มิน ส่งเสริมการงานให้เติบโตและเปิดทางสู่ความสำเร็จ ฟีเจอร์ครบครันสำหรับการดูแลสุขภาพและออกกำลังกาย เหมาะกับคนรักการออกกำลังกายที่ต้องการความก้าวหน้าในชีวิต

GARMIN FORERUNNER 570 – Amp Yellow with Translucent Whitestone

GARMIN FORERUNNER 570 - Amp Yellow with Translucent Whitestone

สีฟ้าสดใส พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี การเริ่มต้นใหม่ เหมาะสำหรับนักวิ่งและผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง นำพาความก้าวหน้าและความสำเร็จ

REDMI WATCH 5 LITE – Gold

REDMI WATCH 5 LITE - Gold

สีครีมอ่อนอบอุ่น นำพาความสงบและความผ่อนคลาย เสริมความมีรสนิยมและความเป็นมงคล ดีไซน์สวยงามเรียบหรา เหมาะกับทุกสไตล์การแต่งกาย

เริ่มต้นปีม้า 2569 อย่างมีสไตล์ไปกับสมาร์ทวอทช์สีมงคลจาก alive.store เสริมดวงให้ชีวิตปังตลอดทั้งปี!

ที่มา : ชินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร

วิ่งลู่แล้วระยะไม่ตรงแก้ยังไง-พร้อมวิธีแก้ไขสำหรับมือใหม่

วิ่งลู่แล้วระยะไม่ตรงแก้ยังไง-พร้อมวิธีแก้ไขสำหรับมือใหม่

หลายๆคนที่วิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า ไม่ว่าจะหลบแดด หลบฝน หลบฝุ่น ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดคือ “ระยะทางที่โชว์บนหน้าจอลู่วิ่งกับบนนาฬิกาไม่เท่ากัน” บางครั้งนาฬิกาวิ่งเร็วกว่า หรือบางครั้งก็ช้า วันนี้มาดูกันว่าปัญหาเกิดจากอะไร? และมีวิธีแก้ไขอย่างไร?

ทำไมระยะทางบนนาฬิกาถึงไม่เคยตรงกับลู่วิ่ง?

สาเหตุหลักมาจาก “วิธีการวัดที่ต่างกัน” นาฬิกา (Smartwatch) เมื่อวิ่งในร่ม ระบบ GPS จะถูกปิดใช้งาน นาฬิกาจึงต้องใช้เซนเซอร์ภายในเครื่องเพื่อตรวจจับ “จังหวะการแกว่งแขน” และนำไปคำนวณเป็นระยะทางและเพซ ส่วน ลู่วิ่ง (Treadmill) วัดระยะทางจากการ “นับรอบการหมุนของสายพาน” ตามความยาวที่กำหนดไว้ดังนั้น หากคุณแกว่งแขนเร็วเกินจริง หรือวิ่งด้วยระยะก้าว (Stride Length) ที่ไม่สม่ำเสมอ นาฬิกาจะคำนวณพลาดนอกจากนี้ ลู่วิ่งเองก็อาจจะคลาดเคลื่อนได้หากสายพานหย่อนหรือมอเตอร์ทำงานหนักเกินไป

วิธีแก้ไขระยะทางบนนาฬิกา smartwatch

  1. เลือกกิจกรรม “Treadmill” (ลู่วิ่งไฟฟ้า)
  2. วิ่งให้ได้ระยะทางบนลู่วิ่งอย่างน้อยตามที่นาฬิกา smartwatch แต่ละแบรนด์หรือแต่ละรุ่นกำหนด (หากวิ่งไม่ถึงระยะนี้นาฬิกาบางรุ่นจะไม่ขึ้นเมนูให้ปรับเทียบ)
  3. เมื่อวิ่งเสร็จ ให้กดปุ่ม Stop
  4. เลื่อนเมนูลงมาหาคำว่า “Calibrate & Save” (ปรับเทียบและบันทึก)
  5. ใส่ข้อมูลระยะทางตามที่โชว์บนหน้าจอลู่วิ่งลงไปในนาฬิกา และกด save

เพียงเท่านี้คุณ Calibrate ระยะทางวิ่งในนาฬิกาให้เท่ากับระยะที่แสดงบน Treadmill ได้แล้ว

*smartwatch แต่ละแบรนด์อาจมีเงื่อนไขหรือวิธีการแก้ไขระยะทางที่แตกต่างกัน

และหากคุณกำลังมองหานาฬิกาออกกำลังกายมาเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวบนข้อมือ สามารถเข้าไปเลือกชมสมาร์ทวอทช์ที่คัดสรรมาแล้วเพื่อคนรักสุขภาพได้ที่ alive.store

Garmin HOT DEALS ลดเดือดสูงสุด 40%

Garmin HOT DEALS ลดเดือดสูงสุด 40%

💥 Garmin HOT DEALS ลดเดือดสูงสุด 40% 🔥 ดีลที่ทุกคนรอคอยกลับมาแล้ว!

พบกับกองทัพสมาร์ทวอทช์รุ่นดังในราคาสุดพิเศษ
⌚️ นาฬิกาวิ่ง Forerunner 165 ราคาพิเศษ 5,990 บ.
⌚️ นาฬิกาเพื่อสุขภาพ Vivoactive 5 ราคาพิเศษ 6,990 บ.
⌚️ นาฬิกา Premium Smartwatch Fenix E ราคาพิเศษ 17,990 บ.
⌚️ นาฬิกาเดินป่า Instinct E ราคาพิเศษ 6,990 บ.

ทำไมต้องซื้อ Garmin ที่ alive.store?

💳 ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน (เฉพาะบัตรที่ร่วมรายการ)
📝 สิทธิ์เข้าร่วม Garmin Clinic
⌚️ รับประกัน 1+1 ปี* ของแท้ ศูนย์ไทย
🚗 ส่งฟรีทั่วประเทศ

เงื่อนไข Garmin HOT DEALS ลดเดือดสูงสุด 40%
1. สินค้ารับประกัน 1+1 ปี ตามเงื่อนไข Garmin Thailand
2. สินค้าโปรโมชันมีจำนวนจำกัด เฉพาะสินค้ารุ่นที่กำหนดและช่องทางจำหน่ายที่ร่วมรายการเท่านั้น
3. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนหรือคืนสินค้า
4. เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

📍 แวะมาช้อปได้ที่ alive.store สาขาอาคารสาธรธานี 1 หรือ https://bit.ly/alive-promo