PM 2.5 กับค่า SpO2 เรื่องใหญ่ที่คนรักสุขภาพต้องรู้

PM 2.5 กับค่า SpO2 เรื่องใหญ่ที่คนรักสุขภาพต้องรู้

PM 2.5 กับค่า SpO2 เรื่องใหญ่ที่คนรักสุขภาพต้องรู้

เชื่อว่าช่วงที่ค่าฝุ่น AQI พุ่งสูง หลายคนคงรู้สึกแสบจมูกหรือไอ แต่ในทางสุขภาพแล้ว ความน่ากลัวของ PM 2.5 มันไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ปอด แต่มันสามารถ “ซึมเข้าสู่กระแสเลือด” และส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่า SpO2 ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญที่บอกถึงความสมบูรณ์ของร่างกายเรา

SpO2 (Blood Oxygen Saturation) คือ ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในกระแสเลือด พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ “ในเม็ดเลือดแดงของเรา มีออกซิเจนจับอยู่มากน้อยแค่ไหน” ร่างกายเราใช้เม็ดเลือดแดงเป็นพาหนะในการส่งออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง หัวใจ และกล้ามเนื้อ โดยค่า SpO2 จะบอกเป็นเปอร์เซ็นต์ว่าพาหนะเหล่านี้บรรทุกออกซิเจนไปได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งฝุ่นจะทำให้เกิดการอักเสบที่ถุงลมปอด ส่งผลให้ออกซิเจนเดินทางเข้าสู่เม็ดเลือดได้ยากขึ้น

PM 2.5 กับค่า SpO2 เรื่องใหญ่ที่คนรักสุขภาพต้องรู้ : ระดับ SpO_2 เท่าไหร่ถึงเรียกว่า ปกติ?

สำหรับคนที่ดูแลสุขภาพและผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำที่ใช้ Smartwatch นาฬิกาเพื่อสุขภาพวัดค่านี้อยู่บ่อยๆ นี่คือเกณฑ์ตัวเลขที่ควรทราบเพื่อประเมินสุขภาพเบื้องต้น :

  • 96% – 100%: สุขภาพดีปกติ ปอดและระบบหมุนเวียนเลือดทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
  • 91% – 95%: เริ่มต้องเฝ้าระวัง อาจเกิดจากการอยู่ในพื้นที่ฝุ่นหนาแน่นเป็นเวลานาน ร่างกายอ่อนเพลีย หรือเริ่มมีปัญหาระบบทางเดินหายใจ
  • ต่ำกว่า 90%: ภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ (Hypoxia) หากตัวเลขแตะระดับนี้และมีอาการเหนื่อยหอบร่วมด้วย แนะนำให้รีบปรึกษาแพทย์ทันทีครับ

Tip: การวัด SpO2 จากข้อมือควรคาดสายนาฬิกาให้กระชับและอยู่นิ่งๆ ขณะวัด เพื่อให้เซนเซอร์อ่านค่าได้แม่นยำที่สุด อย่างไรก็ตามนาฬิกา smartwatch ที่วัด SpO2 ได้จะมีเฉพาะบางรุ่นที่รองรับ และอุปกรณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ดังนั้นเพื่อความถูกต้องควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอีกครั้ง

5 วิธีป้องกันตัวจาก PM 2.5 เพื่อรักษาออกซิเจนในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

  1. เช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากบ้าน: หาก AQI เกิน 100 ควรเลี่ยงกิจกรรม Outdoor แล้วเปลี่ยนมาออกกำลังกายในร่มแทน
  2. ใช้หน้ากากที่กันฝุ่นได้จริง: หน้ากากผ้าทั่วไปอาจไม่พอ ในวันวิกฤตควรเลือกใช้ N95 หรือ KN95 ที่มีมาตรฐานรองรับ
  3. ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ (HEPA Filter): เพื่อให้พื้นที่พักผ่อนในบ้านสะอาดที่สุด ช่วยลดภาระการทำงานของปอดในขณะหลับ และตรวจเช็กไส้กรองอากาศให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมกับการใช้งาน โดยปกติควรเปลี่ยนทุกๆ 6 เดือน เพื่อประสิทธิภาพในการกรองอากาศ
  4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ: น้ำช่วยให้เลือดไม่หนืด ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดลำเลียงออกซิเจนได้สะดวกขึ้น
  5. ติดตาม Trends สุขภาพ : ใช้ฟีเจอร์ Tracking ใน Smartwatch เพื่อดูแนวโน้มค่า SpO2 หากพบว่าตัวเลขลดลง หรืออยู่ในเกณฑ์ภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ ควรรีบปรึกษาแพทย์

และหากใครยังไม่มีเครื่องฟอกอากาศไว้ที่บ้านหรือยังไม่ได้เปลี่ยนไส้กรองอากาศ หรือต้องการนาฬิกา smartwatch ไว้ดูและสุขภาพเพิ่มเติม สามารถดูข้อมูลได้ที่ alive.store

อย่างไรก็ตาม วายร้ายในอากาศไม่ได้มีแค่ฝุ่น! ยังมีเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่ปะปนอยู่ในอากาศด้วย คลิกอ่านเพิ่มเติมได้เลย

ข้อมูลอ้างอิงจาก: องค์การอนามัยโลก (WHO), คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล